วันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เปิดมณฑลศาสนพิธี











เปิดมณฑลศาสนพิธี





งานประเพณีกินเจเดือนเก้า
ประจำปี ๒๕๕๓

วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553

กำหนดการงานประเพณีกินเจเดือน 9 ศาลเจ้ากวนอู

วันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม 2553 : ขึ้น 30 ค่ำ / เดือน 8


08.00 น. - เปิดโรงครัวเจมื้อเช้า

09.00 น. - พิธีอัญเชิญตะเกียงศักดิ์สิทธิ์บูชาเสาไหว้ฟ้า-ดิน

10.00 น. - พิธีเปิดมณฑลศาสนพิธีอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย

12.00 น. - รับประทานอาหารเจมื้อกลางวัน

17.30 น. - เปิดโรงครัวเจเลี้ยงอาหารเจมื้อปฐมฤกษ์

19.30 น. - พิธีอัญเชิญเสด็จองค์พระนพเคราะห์เทวะ (กิ้วอ๋อง)

- พิธีเปิดงานประเพณีกินเจเดือน 9 ปี 2553


วันศุกร์ - เสาร์ - อาทิตย์ที่ 8 - 9 - 10 ตุลาคม 2553 : ขึ้น 1 - 2 - 3 ค่ำ / เดือน 9


10.00 น. - ถวายเครื่องสักการบูชา

19.00 น. - เจริญพระพุทธมนต์มหายานและประกอบพิธีเวียนธูป


วันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม 2553 : ขึ้น 4 ค่ำ / เดือน 9


10.00 น. - ถวายเครื่องสักการบูชา - พิธีขอเทวะบัญชาแต่งตั้งประธานจัดงานปี 2554

13.00 น. - จัดตกแต่งรถประดับทุกคันที่ใช้เป็นรถแห่พระ

19.30 น. - เจริญพระพุทธมนต์มหายาน เวียนธูป


วันอังคารที่ 12 ตุลาคม 2553 : ขึ้น 5 ค่ำ / เดือน 9


09.00 น. - ขบวนแห่อัญเชิญองค์เทพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายออกโปรดลูกหลานชาวเมืองนครศรีฯ

ในเขตเทศบาลนครฯ

14.00 น. - พิธีลอยกระทง, อัญเชิญวิญญาณไร้ญาติ ณ ริมคลองปากนครท่าน้ำวัดนางพระยา

ต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีฯ

19.30 น. - เจริญพระพุทธมนต์มหายาน เวียนธูป


วันพุธที่ 13 ตุลาคม 2553 : ขึ้น 6 ค่ำ / เดือน 9


08.00 น. - ถวายเครื่องสักการบูชา มโหรีป่วงเซียน

09.00 น. - พิธีถวายสักการบูชาองค์เทพ 24 ธรรมบาลโพธิสัตว์

19.00 น. - แสดงพระธรรมเทศนาโดยพระครูปริยัติคุณาสัย - พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 10 รูป สวด

พระพุทธมนต์

- ถวายทักษิณานุปทานอุทิศแด่บรรพบุรุษและวิญญาณไร้ญาติ - เจริญพระพุทธมนต์

มหายาน เวียนธูป


วันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม 2553 : ขึ้น 7 ค่ำ / เดือน 9


10.00 น. - ถวายเครื่องสักการบูชา

19.00 น. - พิธีวิ่งธงสะเดาะเคราะห์

- พิธีข้ามสะพานสะเดาะเคราะห์ , สืบชะตาจำเริญอายุ (ประทับทรงหลวงปู่ไต้ฮงโจวซือ)


วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2553 : ขึ้น 8 ค่ำ / เดือน 9


10.00 น. - ถวายเครื่องสักการบูชา

13.00 น. - พิธีโปรยทานอุทิศดวงวิญญาณไร้ญาติ (อุลลุมเปรตพลี)

19.30 น. - เจริญพระพุทธมนต์มหายาน เวียนธูป


วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2553 : ขึ้น 9 ค่ำ / เดือน 9


10.00 น. - ถวายเครื่องสักการะเนื่องในวันเทวะสมภพเจ้าแม่โต๋บ้อ

11.00 น. - ถวายส่งเครื่องกระดาษ, เครื่องทรงองค์เทพทั้งหลาย

17.30 น. - เปิดโรงครัวเลี้ยงอาหารเจมื้อปัจฉิม

19.00 น. - พิธีปิดงานประเพณีกินเจเดือน 9 ปี 2553

- พิธีอัญเชิญส่งเสด็จพระนพเคราะห์เทวะ (กิ้วอ๋อง) และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย

- ปิดมณฑลศาสนพิธี


++++++++++++++

ผู้สนใจจะร่วม กิจกรรมกินเจและร่วมกิจกรรมมงคลต่างๆ สามารถเข้าร่วมกิจกรรมตามศาลเจ้าต่างๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ดังนี้

1. ศาลเจ้ากวนกู ถนนราชดำเนิน อำเภอ เมือง 2. ศาลเจ้าเต็กกา หน้าวัดศรีทวี อำเภอเมือง 3. มูลนิธิใต้เต็กเซี่ยง ตึ้งนครศรีฯ วัดชะเมา อำเภอเมือง 4. ศาลเจ้านาจา ซาไท้จื้อ ถนนพัฒนาการคูขวาง ตำบลปากนคร อำเภอเมือง 5. ศาลเจ้ากวนอิม อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีฯ 6. ศาลเจ้าพระถังซำจั๋ง หมู่ 1 ตำบลปากพูน อำเภอเมือง 7. มูลนิธิชินบัญชร อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีฯ 8. ศาลเจ้าทวดทอง ถนนกะโรม อำเภอเมือง 9. ศาลเจ้า 108 109 อำเภอ ทุ่งสง จังหวัดนครศรีฯ 10. ศาลเจ้าบุ๋นเถ้าก๋ง หมู่ 1 ตำบลขนอม 11. ศาลเจ้าแม่กวนอิม (จันดี) ตำบลจันดี อำเภอฉวาง 12. ศาลเจ้านาจาไท้จื้อ (ปากพนัง) 13. ศาลเจ้ายี่ซือก๋ง 40 หมู่ 5 ตำบลพรหมโลก อำเภอพรหมคีรี 14. ศาลเจ้าเชิ่งเต๋อ (กวนอิม) 187 หมู่ 11 ตำบลนาบอน อำเภอนาบอน


+++++++++++


วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2553

12 นักษัตรจีน 十 二生肖源于何时


จุดเริ่มต้นของ 12 นักษัตรแบบจีน
เริ่มตั้งแต่เมื่อใดยากที่คาดคำนวนได้ ในสมัยอดีตกาลมามีการจดบันทึกที่เก่าแก่ที่สุดเกี่ยวกับนักษัตรทั้ง 12 นักษัตรในคัมภีร์หนึ่งชื่อว่าคัมภีร์ลุ่นเหิง《论衡》ซึ่งได้จดจารึกเกี่ยวกับ12 นักษัตรที่เก่าแก่ที่สุด คัมภีร์ลุ่นเหิง《论衡》เป็นคัมภีร์ที่เขียนไว้เมื่อราชวงศ์ตงฮั่น หรือฮั่นตะวันออก (คศ.25-220) เขียนโดย”หวางชง”ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับทฤษฏีว่าด้วยความเป็นเป็นหนึ่งเดียว ของสรรพสิ่ง แต่ในสมัยนั้นมีการจดจารึกไว้เพียง 11 นักษัตร ซึ่งเรียงลำดับมาตั้งแต่ ชวด ฉลู ขาล ฯลฯ เว้นไว้แต่เพียง ปีมะโรง (งูใหญ่หรือปีมังกรเท่านั้นที่ขาดไป) ต่อมาก็มีคัมภีร์ “เหยียนตู๋เพียน” 《言毒篇》ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า "辰为龙,巳为蛇,辰、巳之位在东南 “ “เฉิน 辰คือมังกร” “ซื่อ巳คืองูเล็ก” ตำแหน่งของทั้งสองคือทิศตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วก็เท่ากับว่าจำนวน 12 นักษัตรก็ได้ครบตามจำนวนตั้งแต่บัดนั้นมาจวบจนบัดนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีก การผสมผสานแผนภูมิดินทั้ง 12 กับ 12นักษัตร ก็ครบถ้วนบริบูรณ์


ทำไมจำนวนจึงต้อง 12


ในคัมภีร์โจวหลี่《周礼·春官·冯相氏》บันทึกไว้ว่า :"掌十有二岁,十有 二月,十有二辰,十日,二十八星之位,辨其叙事,以会天位。" “ฝ่ามือ(ทั้งสอง(2) )ย่อมมี 10 นิ้ว 10ย่อมแสดงจำนวน 2ปี จำนวน 2เดือน จำนวน 2 ยาม จำนวน 10 วัน กลุ่มดาวจำนวน 28 นักษัตรแสดงเรื่องราวไม่จบสิ้น ทั้งหมดล้วนแล้วคือตำแหน่งฟ้า” เวลาย่อมถูกแบ่งออกเป็น 12 หน่วย เวลาหนึ่งรอบย่อมมีกำหนดไว้ 12 ปี จำนวน 1ปีย่อมมี 12เดือน ใน 1 วันย่อมมี 12 ชั่วยามและในคัมภีร์กว๋ออวี่《国语·晋语四》กล่าวไว้ว่า จักรพรรดิ์เหลือง (อึ่งตี่) มีผู้สืบสาย 25 ตระกูล และมี 14 คนได้รับพระราชทานแซ่ 12 แซ่ตระกูล และมีโอรสจำนวน 12 องค์มีพระชายา 12 องค์

ต่อมา ในสมัยที่มีการเชื่อถือในเรื่องราวของเทพนิยายต่างๆ ก็พบว่าชาวฮั่นได้แต่งบทกวีโบราณบทหนึ่งได้กล่าวถึงเรื่องราวถึงความมืดมน อนธกาล เรียกว่า”เฮยอั้นจ้วน” 《黑暗传》และในบทกวีเหล่านี้เองก็ได้กล่าวถึงที่มาของแผนภูมิฟ้าดินดังนี้ว่า

“ในสมัยเริ่มแรกที่กำเนิดฟ้าดินขึ้นมาเป็นครั้งแรกนั้น เทพเซวียนหวงกำลังเดินทางท่องเที่ยวอยู่ได้พบกับเทพธิดา”หนี่วา” เทพธิดาหนี่ว่ามีถุงเนื้ออยุ่ข้างกายจำนวน 2ถุง ถุงเนื้อใบใหญ่มีเด็กชายนอนอยู่จำนวน 10 คน และถุงเนื้อใบเล็กก็มีเด็กผู้หญิงอยู่จำนวน 12 คน เทพเซวียนหวงจึงร้องขึ้นว่า “เด็กเหล่านี้ก็คือเทพลิขิตแผนภูมิฟ้าดิน เด็กเหล่านี้เกิดมาเพื่อปกครองฟ้าดิน ดังนั้นเราควรจะต้องตั้งชื่อให้พวกเขา จับคู่แต่งงานให้พวกเขาให้กลายเป็นหยินและหยาง ผู้ชายให้ตั้งชื่อว่าแผนภูมิฟ้า และเด็กผู้หญิงให้ตั้งชื่อว่าแผนภูมิดิน” นี่ก็คือเทพนิยายปรัมปราเกี่ยวกับเรื่องราวของแผนภูมิฟ้าดินในอดีต


เมื่อกล่าวถึงดินและฟ้าในบริบทของจีน ในสมัยโบราณฟ้าย่อมมาก่อน และดินย่อมตามมาทีหลังแผนภูมิฟ้าทั้ง 10 เรียกว่า มารดาทั้ง10แห่งฟ้า และเมื่อผสานกันกับแผนภูมิดินทั้ง 12แล้วย่อมคือบุตรแห่งดินทั้ง 12 ในคัมภีร์เย่วลิ่งจางจิ้ว ในสมัยฮั่นก็ได้มีการนำเอาธาตุทั้งห้าเข้ามาผสมผสานกันกับระบบแผนภูมิฟ้าดิน เข้าด้วยกัน และเมื่อผสานกันแล้วย่อมปรากฏวงรอบของปีทั้ง 60 หรือที่เราเรียกว่า “ลักจับกะจื้อ”

**>>><<<**

วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

งานคล้ายวันเทวาภิเษกเทพกวนอู


ศาลเจ้ากวนอู
ขอเชิญร่วมงานวันเทวาภิเษกเทพกวนอู

กำหนดการ

วันพุธที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๓ (ขึ้น ๒๔ ค่ำเดือน ๖ ปฏิทินจีน)

๐๙.๐๐ น. พิธีถวายเครื่องสักการะ
๐๙.๓๐ น. ประทับทรงเทพเจ้ากวนอู
๑๔.๐๐ น. พีธีเลี้ยงทหารสวรรค์ (โก้ขุน)
๑๕.๐๐ น. ถวายเครื่องทรงองค์เทพ
๑๘.๐๐ น. งานเลี้ยงโต๊ะจีนเสริมสิริมงคล
๒๐.๐๐ น. ภาพยนตร์กลางแปลงสมโภช

>>>กลางวันมีหมี่มงคลไว้รับรองทุกท่าน<<<

บัตรอาหารโต๊ะจีน ราคาใบละ ๓๐๐ บาท

+++++

วันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ประวัติการก่อตั้งศาลเจ้ากวนอูนครศรีธรรมราช

















ที่ตั้ง :  ถนนราชดำเนิน อำเภอเมือง นครศรีธรรมราช


ศาลเจ้ากวนอู ริ่มการก่อตั้งประมาณปี พ.ศ.2430 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นปีที่ 13 ในรัชสมัยจักรพรรดิกวางซีฮ่องเต้ราชวงศ์ชิง


มีหลักฐานเป็นแผ่นป้ายไม้จารึกอักษรภาษาจีนสดุดีเกียรติคุณเทพกวนอู
แขวนไว้ภายในศาลเจ้า จำนวน 2 แผ่น แปลได้ความว่า
แผ่นแรก : ทรงมีอานุภาพและสง่างาม จารึกในปี พ.ศ.2472
โดย บริษัท เฉาเหยียน จัดสร้างถวาย
แผ่นที่สอง : ทรงมีคุณูปการในการปราบอาณาจักรเว่ยและรัฐอู๋ อย่างหาที่เปรียบมิได้
จารึกในปี พ.ศ.2430 เป็นปีที่ 13 ในรัชสมัยกวางซีฮ่องเต้
โดยนายเฉินเสอะ ชาวอำเภอเหยาผิง (เอี่ยวเพ้ง) เมืองเฉาโจว (แต้จิ๋ว)


าว ปี พ.ศ.2430 นายหลีซำเฮง พ่อค้าคหบดีชาวจีนแต้จิ๋ว คนสำคัญกว้างขวางคนหนึ่งของเมืองนครศรีธรรมราชและทำหน้าที่เปรียบเสมือนเป็นผู้ใหญ่บ้านปกครองชาวจีนโพ้นทะเลชุมชนท่าวังในสมัยนั้น ได้อัญเชิญองค์รูปเคารพแกะสลักด้วยไม้ของเทพเจ้ากวนอุ
คือองค์ที่เห็นในปัจจุบันนี้มาจากเมืองแต้จิ๋วมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน มาประดิษฐาน ณ อาคารไม้ซึ่งตั้งขึ้นภายในบริเวณที่ทำการร้านค้าของท่าน (บริเวณเดียวกับปัจจุบัน ริมถนนราชดำเนิน ตำบลท่าวังใกล้สะพานราเมศวร์) โดยขนานนามว่า ศาลเจ้ากวนอูนครศรีธรรมราช

หลังการมรณกรรมของนายหลีซำเฮง ประมาณปี พ.ศ.2467 ทายาทของท่านได้รับการติดต่อขอซื้อที่ดินผืนดังกล่าวจากกลุ่มพ่อค้าคหบดีชาวจีนเพื่อใช้เป็นสถานที่สาธารณะกุศลและก่อตั้งสมาคมพาณิชย์จีนขึ้นในพื้นที่ดินเดียวกันกับศาลเจ้ากวนอู โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์รวมของชาวจีนโพ้นทะเลในการติดต่อประสานงานกับส่วนราชการ และจัดงานต่าง ๆ ของชุมชน จนในปี พ.ศ.2472 คณะกรรมการสมาคมพาณิชย์จีนในขณะนั้นได้ร่วมกับชาวจีนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราชบริจาคเงินก่อสร้างอาคารที่ทำการสมาคมฯ หลังแรกเป็นอาคารคอนกรีตผสมไม้ โดยสร้างขึ้นบนที่ดินในสุดของแปลงจนแล้วเสร็จและสามารถเปิดทำการจดทะเบียนสมาคมฯ ในปี พ.ศ.2473

คณะกรรมการสมาคมฯ ได้แต่งตั้งนายอึ่งจือฉิ้น (บิดาของนายฮุยเซ็งและนายฮุยฮวง แซ่อึ่ง อดีตและนายกสมาคมพาณิชย์จีนคนปัจจุบัน) ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นเหรัญญิกของสมาคมฯ เป็นผู้จัดการศาลเจ้าและตั้งให้นายกวงโต๋ แซ่ตัน (ต้นสกุลตันศรีเจริญ) เป็นผู้จัดการฝ่ายสุสานจีนจงฮั้ว อันเป็นกิจกรรมหนึ่งของสมาคมพาณิชย์จีนที่เกิดขึ้นพร้อมกันกับการจดทะเบียนก่อตั้งสมาคมฯ

ต่อมาคณะกรรมการสมาคมพาณิชย์จีนส่วนใหญ่มีความเห็นว่า ทางเข้าออกของสมาคมฯ มีความไม่สะดวกและเหมาะสมเพราะตัวอาคารศาลเจ้ากวนอูตั้งบังเนื้อที่อาคารและทางเข้าออกของสมาคมฯ จึงได้มีมติให้เชิญชวนพี่น้องชาวจีนที่อาศัยอยู่ใน จ.นครศรีธรรมราช ตลอดจนกรุงเทพมหานคร ให้ร่วมกันทำบุญบริจาคเงินเพื่อก่อสร้างอาคารศาลเจ้าหลังใหม่เป็นอาคารคอนกรีต 2 ชั้น โดยมีนายอึ่งจือฉิ้น ผู้จัดการศาลเจ้าเป็นแม่กองงานและอัญเชิญรูปเคารพองค์เทพเจ้ากวนอู พระโพธิสัตว์กวนอิม และเทพเจ้านาจาขึ้นไปประดิษฐานยังชั้นที่ 2 ของอาคารศาลเจ้า ส่วนชั้นล่างได้เว้นช่องกลางของตัวอาคารไว้เป็นทางเข้าออกของสมาคมฯ ดังที่เห็นในปัจจุบันนี้

ศาลเจ้ากวนอูได้มี การบูรณะซ่อมแซมหลายครั้ง คือ
ปี พ.ศ.2514 - ย้ายบันไดทางขึ้นจากด้านหน้า 2 ข้างมาไว้ด้านในอาคารศาลเจ้า
- จัดสร้างเก๋งจีนที่ประดิษฐานเสาไหว้ฟ้าดิน
- เทพื้นชั้นบนเป็นบริเวณเพิ่มเติมด้านหน้าศาลเจ้า
ปี พ.ศ.2529 - ปรับปรุงกระเบื้องหลังคาเป็นรูปเก๋งจีนมีมังกรปูนปั้น
- ขยายพื้นที่ภายในอาคารศาลเจ้าจัดทำปูนปั้นเสามังกร
- ด้านหน้าอาคารศาลเจ้าจัดทำเสาปูนลวดลายมังกร
- จัดทำป้ายหน้าศาลเจ้าใหม่ทั้ง 3 แผ่น
- จัดทำบานประตูไม้ศาลเจ้าใหม่ทั้ง 3 บาน
- เขียนลวดลายภาพวาดใหม่หมดทั้งอาคารภายนอกและภายใน
- ปิดทององค์รูปเคารพขององค์เทพเจ้าทุกพระองค์ใหม่ทั้งหมด
ปี พ.ศ.2546 - ซ่อมแซมกระเบื้องหลังคาศาลเจ้า
- ซ่อมแซมทาสีเขียนลวดลายภาพวาดใหม่ทั้งอาคารภายนอกและ ภายใน
- ปูพื้นกระเบื้องบริเวณชั้นบนด้านนอกอาคารศาลเจ้า
- ปั้นปูนตัวมังกรคู่บนป้ายบูชาเสาไหว้ฟ้าดิน



าลเจ้ากวนอู นับว่าเป็นศาลเจ้าที่มีกิจกรรมและคุณูปการต่อชุมชนชาวจีนมากศาลเจ้าหนึ่ง เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้กับชุมชนเศรษฐกิจท่าวัง และอยู่ในบริเวณเดียวกันกับที่ทำการของสมาคมพาณิชย์จีน อาจนับได้ว่าเป็นต้นกำเนิดของสมาคมนั้นก็ว่าได้ อีกทั้งเป็นศาลเจ้าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าแห่งใด เป็นที่ก่อเกิดกลุ่มกิจกรรมต่าง ๆ เช่น กลุ่มเชิดสิงโต กลุ่มดนตรีจีน และเป็นสถานที่แรกเริ่มในการก่อตั้งสมาคมต่าง ๆ เช่น สมาคมแต้จิ๋วนครศรีธรรมราช สมาคมซีเต็กมิตรสัมพันธ์นครศรีธรรมราช

พวกเราลูกหลานชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดนครศรีธรรมราช จึงต้องร่วมกันอนุรักษ์และรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีที่บรรพบุรุษของพวกเราทุกคนได้รักษาไว้พร้อมกับประวัติศาสตร์การก่อตั้งศาลเจ้ากวนอูแห่งนี้มาจนครบ 122 ปี จนถึงปัจจุบันนี้


เรียบเรียงโดย นายชวลิตร อังวิทยาธร ,นายวิฑูรย์ อิสระพิทักษ์กุลและกรรมการศาลเจ้ากวนอูสมัยปี พ.ศ.2550-2552
+++++++++++++


ศาลเจ้าเมืองนคร



ศาลเจ้า (神社 ) นอกจากเป็นศาสนสถานและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนจีนส่วนใหญ่
ที่ต้องพลัดพรากจากบ้านเมืองมาอยู่เมืองไทย เป็นที่พึ่งแห่งศูนย์รวมทางจิตวิญญาณและสถานที่ในการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ของคนในชุมชนจนคล้ายเป็นสมาคมกลาย ๆ โดยคนแต่ละชุมชนนั้นเป็นสมาชิกของสมาคม

ศาลเจ้าซึ่งมีทั้งจดทะเบียนและไม่จดทะเบียนตามกฎหมายสมาคม
ศาลเจ้าเหล่านี้จะช่วยคนในชุมชนเมื่อมีงานมงคลและอวมงคลในครอบครัวโดยสามารถใช้สถานที่ของศาลเจ้าเป็นที่ประชุมเตรียมงานหรือจัดงานบางอย่างได้


>>>>>>ศาลเจ้าเป็นสถาบันทางการเงินของผู้ที่ขัดสนสามารถหยิบยืมเงินกองกลางที่เหลือจากงานประจำปีของศาลเจ้าไปลงทุนค้าขายก่อนเมื่อถึงสิ้นปีก็นำมาส่งคืนพร้อมกับเงินทำบุญเป็นค่าดอกเบี้ย
>>>ศาลเจ้าเป็นสถานที่สำหรับตัดสินข้อพิพาทของคนในชุมชนโดยมีเหล่าตั่วผู้อาวุโสเป็นผู้ตัดสินไกล่เกลี่ย ทำให้สามารถยุติข้อบาดหมางของคนในชุมชนเดียวกัน
>>>>>>>>ศาลเจ้าเป็นศูนย์รวมของศิลปวัฒนธรรม การดนตรีและมหรสพของชาวจีนและเป็นแหล่งบันเทิงพบปะสังสรรค์ของสมาชิกในแต่ละชุมชนนั้น ๆ
>>>>>>>>ศาลเจ้ายังเป็นแหล่งที่พักพิงของคนชราอนาถาหรือที่พักพิงชั่วคราวของคนจีนที่มาหาญาติในโพ้นทะเลได้พักอาศัยชั่วคราว



ที่สำคัญศาลเจ้าทำหน้าที่เป็นโรงเรียนสอนภาษจีน ศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ แก่ลูกหลาน เยาวชนของชุมชนชาวจีนให้เป็นคนดีมีความรู้สืบไปในอนาคต





ที่มา : กรรมการศาลเจ้ากวนอู 2550-2552
-----------------
>>>>>>>>ศาลเจ้าสำคัญในเมืองนคร<<<<<<<<<


>>>>>>>>>>ศาลเจ้ากวนอู นครศรีธรรมราช
>>>>>>>>>>ศาลเจ้าแม่ทับทิม นครศรีธรรมราช
>>>>>>>>>>ศาลเจ้าหม่าโจ้ว นครศรีธรรมราช
>>>>>>>>>>ศาลพระเสื้อเมือง นครศรีธรรมราช
 

***หมายเหตุ ศาลเจ้าอื่นๆ อยู่ระหว่างการรวมรวมข้อมูล

ต็องการเพิ่มเติมข้อมูลกรุณาแจ้งที่ มังกรเมืองคอนemail : kuanu52@gmail.com


วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ตักบาตรวันตรุษจีน



ขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทย-จีน
ร่วมทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคล
ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่จีน ตรุษจีนปีเสือ ๒๕๕๓
วันอาทิตย์ที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
เวลา ๐๖.๐๐ น.

ณ บริเวณวงเวียน หน้าสถานีรถไฟนครศรีธรรมราช


**************