วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2553

12 นักษัตรจีน 十 二生肖源于何时


จุดเริ่มต้นของ 12 นักษัตรแบบจีน
เริ่มตั้งแต่เมื่อใดยากที่คาดคำนวนได้ ในสมัยอดีตกาลมามีการจดบันทึกที่เก่าแก่ที่สุดเกี่ยวกับนักษัตรทั้ง 12 นักษัตรในคัมภีร์หนึ่งชื่อว่าคัมภีร์ลุ่นเหิง《论衡》ซึ่งได้จดจารึกเกี่ยวกับ12 นักษัตรที่เก่าแก่ที่สุด คัมภีร์ลุ่นเหิง《论衡》เป็นคัมภีร์ที่เขียนไว้เมื่อราชวงศ์ตงฮั่น หรือฮั่นตะวันออก (คศ.25-220) เขียนโดย”หวางชง”ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับทฤษฏีว่าด้วยความเป็นเป็นหนึ่งเดียว ของสรรพสิ่ง แต่ในสมัยนั้นมีการจดจารึกไว้เพียง 11 นักษัตร ซึ่งเรียงลำดับมาตั้งแต่ ชวด ฉลู ขาล ฯลฯ เว้นไว้แต่เพียง ปีมะโรง (งูใหญ่หรือปีมังกรเท่านั้นที่ขาดไป) ต่อมาก็มีคัมภีร์ “เหยียนตู๋เพียน” 《言毒篇》ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า "辰为龙,巳为蛇,辰、巳之位在东南 “ “เฉิน 辰คือมังกร” “ซื่อ巳คืองูเล็ก” ตำแหน่งของทั้งสองคือทิศตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วก็เท่ากับว่าจำนวน 12 นักษัตรก็ได้ครบตามจำนวนตั้งแต่บัดนั้นมาจวบจนบัดนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีก การผสมผสานแผนภูมิดินทั้ง 12 กับ 12นักษัตร ก็ครบถ้วนบริบูรณ์


ทำไมจำนวนจึงต้อง 12


ในคัมภีร์โจวหลี่《周礼·春官·冯相氏》บันทึกไว้ว่า :"掌十有二岁,十有 二月,十有二辰,十日,二十八星之位,辨其叙事,以会天位。" “ฝ่ามือ(ทั้งสอง(2) )ย่อมมี 10 นิ้ว 10ย่อมแสดงจำนวน 2ปี จำนวน 2เดือน จำนวน 2 ยาม จำนวน 10 วัน กลุ่มดาวจำนวน 28 นักษัตรแสดงเรื่องราวไม่จบสิ้น ทั้งหมดล้วนแล้วคือตำแหน่งฟ้า” เวลาย่อมถูกแบ่งออกเป็น 12 หน่วย เวลาหนึ่งรอบย่อมมีกำหนดไว้ 12 ปี จำนวน 1ปีย่อมมี 12เดือน ใน 1 วันย่อมมี 12 ชั่วยามและในคัมภีร์กว๋ออวี่《国语·晋语四》กล่าวไว้ว่า จักรพรรดิ์เหลือง (อึ่งตี่) มีผู้สืบสาย 25 ตระกูล และมี 14 คนได้รับพระราชทานแซ่ 12 แซ่ตระกูล และมีโอรสจำนวน 12 องค์มีพระชายา 12 องค์

ต่อมา ในสมัยที่มีการเชื่อถือในเรื่องราวของเทพนิยายต่างๆ ก็พบว่าชาวฮั่นได้แต่งบทกวีโบราณบทหนึ่งได้กล่าวถึงเรื่องราวถึงความมืดมน อนธกาล เรียกว่า”เฮยอั้นจ้วน” 《黑暗传》และในบทกวีเหล่านี้เองก็ได้กล่าวถึงที่มาของแผนภูมิฟ้าดินดังนี้ว่า

“ในสมัยเริ่มแรกที่กำเนิดฟ้าดินขึ้นมาเป็นครั้งแรกนั้น เทพเซวียนหวงกำลังเดินทางท่องเที่ยวอยู่ได้พบกับเทพธิดา”หนี่วา” เทพธิดาหนี่ว่ามีถุงเนื้ออยุ่ข้างกายจำนวน 2ถุง ถุงเนื้อใบใหญ่มีเด็กชายนอนอยู่จำนวน 10 คน และถุงเนื้อใบเล็กก็มีเด็กผู้หญิงอยู่จำนวน 12 คน เทพเซวียนหวงจึงร้องขึ้นว่า “เด็กเหล่านี้ก็คือเทพลิขิตแผนภูมิฟ้าดิน เด็กเหล่านี้เกิดมาเพื่อปกครองฟ้าดิน ดังนั้นเราควรจะต้องตั้งชื่อให้พวกเขา จับคู่แต่งงานให้พวกเขาให้กลายเป็นหยินและหยาง ผู้ชายให้ตั้งชื่อว่าแผนภูมิฟ้า และเด็กผู้หญิงให้ตั้งชื่อว่าแผนภูมิดิน” นี่ก็คือเทพนิยายปรัมปราเกี่ยวกับเรื่องราวของแผนภูมิฟ้าดินในอดีต


เมื่อกล่าวถึงดินและฟ้าในบริบทของจีน ในสมัยโบราณฟ้าย่อมมาก่อน และดินย่อมตามมาทีหลังแผนภูมิฟ้าทั้ง 10 เรียกว่า มารดาทั้ง10แห่งฟ้า และเมื่อผสานกันกับแผนภูมิดินทั้ง 12แล้วย่อมคือบุตรแห่งดินทั้ง 12 ในคัมภีร์เย่วลิ่งจางจิ้ว ในสมัยฮั่นก็ได้มีการนำเอาธาตุทั้งห้าเข้ามาผสมผสานกันกับระบบแผนภูมิฟ้าดิน เข้าด้วยกัน และเมื่อผสานกันแล้วย่อมปรากฏวงรอบของปีทั้ง 60 หรือที่เราเรียกว่า “ลักจับกะจื้อ”

**>>><<<**

วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

งานคล้ายวันเทวาภิเษกเทพกวนอู


ศาลเจ้ากวนอู
ขอเชิญร่วมงานวันเทวาภิเษกเทพกวนอู

กำหนดการ

วันพุธที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๓ (ขึ้น ๒๔ ค่ำเดือน ๖ ปฏิทินจีน)

๐๙.๐๐ น. พิธีถวายเครื่องสักการะ
๐๙.๓๐ น. ประทับทรงเทพเจ้ากวนอู
๑๔.๐๐ น. พีธีเลี้ยงทหารสวรรค์ (โก้ขุน)
๑๕.๐๐ น. ถวายเครื่องทรงองค์เทพ
๑๘.๐๐ น. งานเลี้ยงโต๊ะจีนเสริมสิริมงคล
๒๐.๐๐ น. ภาพยนตร์กลางแปลงสมโภช

>>>กลางวันมีหมี่มงคลไว้รับรองทุกท่าน<<<

บัตรอาหารโต๊ะจีน ราคาใบละ ๓๐๐ บาท

+++++

วันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ประวัติการก่อตั้งศาลเจ้ากวนอูนครศรีธรรมราช

















ที่ตั้ง :  ถนนราชดำเนิน อำเภอเมือง นครศรีธรรมราช


ศาลเจ้ากวนอู ริ่มการก่อตั้งประมาณปี พ.ศ.2430 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นปีที่ 13 ในรัชสมัยจักรพรรดิกวางซีฮ่องเต้ราชวงศ์ชิง


มีหลักฐานเป็นแผ่นป้ายไม้จารึกอักษรภาษาจีนสดุดีเกียรติคุณเทพกวนอู
แขวนไว้ภายในศาลเจ้า จำนวน 2 แผ่น แปลได้ความว่า
แผ่นแรก : ทรงมีอานุภาพและสง่างาม จารึกในปี พ.ศ.2472
โดย บริษัท เฉาเหยียน จัดสร้างถวาย
แผ่นที่สอง : ทรงมีคุณูปการในการปราบอาณาจักรเว่ยและรัฐอู๋ อย่างหาที่เปรียบมิได้
จารึกในปี พ.ศ.2430 เป็นปีที่ 13 ในรัชสมัยกวางซีฮ่องเต้
โดยนายเฉินเสอะ ชาวอำเภอเหยาผิง (เอี่ยวเพ้ง) เมืองเฉาโจว (แต้จิ๋ว)


าว ปี พ.ศ.2430 นายหลีซำเฮง พ่อค้าคหบดีชาวจีนแต้จิ๋ว คนสำคัญกว้างขวางคนหนึ่งของเมืองนครศรีธรรมราชและทำหน้าที่เปรียบเสมือนเป็นผู้ใหญ่บ้านปกครองชาวจีนโพ้นทะเลชุมชนท่าวังในสมัยนั้น ได้อัญเชิญองค์รูปเคารพแกะสลักด้วยไม้ของเทพเจ้ากวนอุ
คือองค์ที่เห็นในปัจจุบันนี้มาจากเมืองแต้จิ๋วมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน มาประดิษฐาน ณ อาคารไม้ซึ่งตั้งขึ้นภายในบริเวณที่ทำการร้านค้าของท่าน (บริเวณเดียวกับปัจจุบัน ริมถนนราชดำเนิน ตำบลท่าวังใกล้สะพานราเมศวร์) โดยขนานนามว่า ศาลเจ้ากวนอูนครศรีธรรมราช

หลังการมรณกรรมของนายหลีซำเฮง ประมาณปี พ.ศ.2467 ทายาทของท่านได้รับการติดต่อขอซื้อที่ดินผืนดังกล่าวจากกลุ่มพ่อค้าคหบดีชาวจีนเพื่อใช้เป็นสถานที่สาธารณะกุศลและก่อตั้งสมาคมพาณิชย์จีนขึ้นในพื้นที่ดินเดียวกันกับศาลเจ้ากวนอู โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์รวมของชาวจีนโพ้นทะเลในการติดต่อประสานงานกับส่วนราชการ และจัดงานต่าง ๆ ของชุมชน จนในปี พ.ศ.2472 คณะกรรมการสมาคมพาณิชย์จีนในขณะนั้นได้ร่วมกับชาวจีนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราชบริจาคเงินก่อสร้างอาคารที่ทำการสมาคมฯ หลังแรกเป็นอาคารคอนกรีตผสมไม้ โดยสร้างขึ้นบนที่ดินในสุดของแปลงจนแล้วเสร็จและสามารถเปิดทำการจดทะเบียนสมาคมฯ ในปี พ.ศ.2473

คณะกรรมการสมาคมฯ ได้แต่งตั้งนายอึ่งจือฉิ้น (บิดาของนายฮุยเซ็งและนายฮุยฮวง แซ่อึ่ง อดีตและนายกสมาคมพาณิชย์จีนคนปัจจุบัน) ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นเหรัญญิกของสมาคมฯ เป็นผู้จัดการศาลเจ้าและตั้งให้นายกวงโต๋ แซ่ตัน (ต้นสกุลตันศรีเจริญ) เป็นผู้จัดการฝ่ายสุสานจีนจงฮั้ว อันเป็นกิจกรรมหนึ่งของสมาคมพาณิชย์จีนที่เกิดขึ้นพร้อมกันกับการจดทะเบียนก่อตั้งสมาคมฯ

ต่อมาคณะกรรมการสมาคมพาณิชย์จีนส่วนใหญ่มีความเห็นว่า ทางเข้าออกของสมาคมฯ มีความไม่สะดวกและเหมาะสมเพราะตัวอาคารศาลเจ้ากวนอูตั้งบังเนื้อที่อาคารและทางเข้าออกของสมาคมฯ จึงได้มีมติให้เชิญชวนพี่น้องชาวจีนที่อาศัยอยู่ใน จ.นครศรีธรรมราช ตลอดจนกรุงเทพมหานคร ให้ร่วมกันทำบุญบริจาคเงินเพื่อก่อสร้างอาคารศาลเจ้าหลังใหม่เป็นอาคารคอนกรีต 2 ชั้น โดยมีนายอึ่งจือฉิ้น ผู้จัดการศาลเจ้าเป็นแม่กองงานและอัญเชิญรูปเคารพองค์เทพเจ้ากวนอู พระโพธิสัตว์กวนอิม และเทพเจ้านาจาขึ้นไปประดิษฐานยังชั้นที่ 2 ของอาคารศาลเจ้า ส่วนชั้นล่างได้เว้นช่องกลางของตัวอาคารไว้เป็นทางเข้าออกของสมาคมฯ ดังที่เห็นในปัจจุบันนี้

ศาลเจ้ากวนอูได้มี การบูรณะซ่อมแซมหลายครั้ง คือ
ปี พ.ศ.2514 - ย้ายบันไดทางขึ้นจากด้านหน้า 2 ข้างมาไว้ด้านในอาคารศาลเจ้า
- จัดสร้างเก๋งจีนที่ประดิษฐานเสาไหว้ฟ้าดิน
- เทพื้นชั้นบนเป็นบริเวณเพิ่มเติมด้านหน้าศาลเจ้า
ปี พ.ศ.2529 - ปรับปรุงกระเบื้องหลังคาเป็นรูปเก๋งจีนมีมังกรปูนปั้น
- ขยายพื้นที่ภายในอาคารศาลเจ้าจัดทำปูนปั้นเสามังกร
- ด้านหน้าอาคารศาลเจ้าจัดทำเสาปูนลวดลายมังกร
- จัดทำป้ายหน้าศาลเจ้าใหม่ทั้ง 3 แผ่น
- จัดทำบานประตูไม้ศาลเจ้าใหม่ทั้ง 3 บาน
- เขียนลวดลายภาพวาดใหม่หมดทั้งอาคารภายนอกและภายใน
- ปิดทององค์รูปเคารพขององค์เทพเจ้าทุกพระองค์ใหม่ทั้งหมด
ปี พ.ศ.2546 - ซ่อมแซมกระเบื้องหลังคาศาลเจ้า
- ซ่อมแซมทาสีเขียนลวดลายภาพวาดใหม่ทั้งอาคารภายนอกและ ภายใน
- ปูพื้นกระเบื้องบริเวณชั้นบนด้านนอกอาคารศาลเจ้า
- ปั้นปูนตัวมังกรคู่บนป้ายบูชาเสาไหว้ฟ้าดิน



าลเจ้ากวนอู นับว่าเป็นศาลเจ้าที่มีกิจกรรมและคุณูปการต่อชุมชนชาวจีนมากศาลเจ้าหนึ่ง เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้กับชุมชนเศรษฐกิจท่าวัง และอยู่ในบริเวณเดียวกันกับที่ทำการของสมาคมพาณิชย์จีน อาจนับได้ว่าเป็นต้นกำเนิดของสมาคมนั้นก็ว่าได้ อีกทั้งเป็นศาลเจ้าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าแห่งใด เป็นที่ก่อเกิดกลุ่มกิจกรรมต่าง ๆ เช่น กลุ่มเชิดสิงโต กลุ่มดนตรีจีน และเป็นสถานที่แรกเริ่มในการก่อตั้งสมาคมต่าง ๆ เช่น สมาคมแต้จิ๋วนครศรีธรรมราช สมาคมซีเต็กมิตรสัมพันธ์นครศรีธรรมราช

พวกเราลูกหลานชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดนครศรีธรรมราช จึงต้องร่วมกันอนุรักษ์และรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีที่บรรพบุรุษของพวกเราทุกคนได้รักษาไว้พร้อมกับประวัติศาสตร์การก่อตั้งศาลเจ้ากวนอูแห่งนี้มาจนครบ 122 ปี จนถึงปัจจุบันนี้


เรียบเรียงโดย นายชวลิตร อังวิทยาธร ,นายวิฑูรย์ อิสระพิทักษ์กุลและกรรมการศาลเจ้ากวนอูสมัยปี พ.ศ.2550-2552
+++++++++++++


ศาลเจ้าเมืองนคร



ศาลเจ้า (神社 ) นอกจากเป็นศาสนสถานและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนจีนส่วนใหญ่
ที่ต้องพลัดพรากจากบ้านเมืองมาอยู่เมืองไทย เป็นที่พึ่งแห่งศูนย์รวมทางจิตวิญญาณและสถานที่ในการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ของคนในชุมชนจนคล้ายเป็นสมาคมกลาย ๆ โดยคนแต่ละชุมชนนั้นเป็นสมาชิกของสมาคม

ศาลเจ้าซึ่งมีทั้งจดทะเบียนและไม่จดทะเบียนตามกฎหมายสมาคม
ศาลเจ้าเหล่านี้จะช่วยคนในชุมชนเมื่อมีงานมงคลและอวมงคลในครอบครัวโดยสามารถใช้สถานที่ของศาลเจ้าเป็นที่ประชุมเตรียมงานหรือจัดงานบางอย่างได้


>>>>>>ศาลเจ้าเป็นสถาบันทางการเงินของผู้ที่ขัดสนสามารถหยิบยืมเงินกองกลางที่เหลือจากงานประจำปีของศาลเจ้าไปลงทุนค้าขายก่อนเมื่อถึงสิ้นปีก็นำมาส่งคืนพร้อมกับเงินทำบุญเป็นค่าดอกเบี้ย
>>>ศาลเจ้าเป็นสถานที่สำหรับตัดสินข้อพิพาทของคนในชุมชนโดยมีเหล่าตั่วผู้อาวุโสเป็นผู้ตัดสินไกล่เกลี่ย ทำให้สามารถยุติข้อบาดหมางของคนในชุมชนเดียวกัน
>>>>>>>>ศาลเจ้าเป็นศูนย์รวมของศิลปวัฒนธรรม การดนตรีและมหรสพของชาวจีนและเป็นแหล่งบันเทิงพบปะสังสรรค์ของสมาชิกในแต่ละชุมชนนั้น ๆ
>>>>>>>>ศาลเจ้ายังเป็นแหล่งที่พักพิงของคนชราอนาถาหรือที่พักพิงชั่วคราวของคนจีนที่มาหาญาติในโพ้นทะเลได้พักอาศัยชั่วคราว



ที่สำคัญศาลเจ้าทำหน้าที่เป็นโรงเรียนสอนภาษจีน ศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ แก่ลูกหลาน เยาวชนของชุมชนชาวจีนให้เป็นคนดีมีความรู้สืบไปในอนาคต





ที่มา : กรรมการศาลเจ้ากวนอู 2550-2552
-----------------
>>>>>>>>ศาลเจ้าสำคัญในเมืองนคร<<<<<<<<<


>>>>>>>>>>ศาลเจ้ากวนอู นครศรีธรรมราช
>>>>>>>>>>ศาลเจ้าแม่ทับทิม นครศรีธรรมราช
>>>>>>>>>>ศาลเจ้าหม่าโจ้ว นครศรีธรรมราช
>>>>>>>>>>ศาลพระเสื้อเมือง นครศรีธรรมราช
 

***หมายเหตุ ศาลเจ้าอื่นๆ อยู่ระหว่างการรวมรวมข้อมูล

ต็องการเพิ่มเติมข้อมูลกรุณาแจ้งที่ มังกรเมืองคอนemail : kuanu52@gmail.com


วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ตักบาตรวันตรุษจีน



ขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทย-จีน
ร่วมทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคล
ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่จีน ตรุษจีนปีเสือ ๒๕๕๓
วันอาทิตย์ที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
เวลา ๐๖.๐๐ น.

ณ บริเวณวงเวียน หน้าสถานีรถไฟนครศรีธรรมราช


**************

วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2553

ขอพรไฉ่สื่งเอี๊ย





วันเสาร์ที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ เวลา ๒๓.๐๐ น.
พิธีรับเสด็จขอพรเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ฉ่สื่งเอี๊ย

ณ ศาลเจ้ากวนอู



******>>>>>>><<<<<<<<******

วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2552

กวนอูอำนวยชัย



เทพ ประทานความมั่ง











มีอุดม
เจ้า กรรมนายเวรชม











ชื่นชอบ
อวย ชีพยั่งยืนนม-











นานยิ่ง
ชัย ชนะโรคะรอบ












หลบลี้ หนีหาย




<<<<<<<<%%%%%%>>>>>>>>>>>